โรคข้อเข่าเสื่อม และ การผ่าตัด ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

ผู้เขียน

โรงพยาบาลธนบุรี

ศูนย์รักษาที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

OA Knee

ให้ Ai ช่วยสรุปบทความนี้

Key Takeaways

  • โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ ยุบตัว และผิดรูป
  • สัญญาณเตือนเริ่มจากอาการปวดขัด ตึง ข้อเข่า มีเสียงดังกรอบแกรบเมื่อเคลื่อนไหว ไปจนถึงขาโก่งผิดรูปและเดินไม่ได้
  • เทคโนโลยี “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” เพิ่มความแม่นยำสูง วางตำแหน่งข้อเทียมระดับ 3 มิติ คลาดเคลื่อนไม่เกิน 1 องศาหรือ 1 มิลลิเมตร
  • ข้อดีของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยให้เจ็บน้อยลง เสียเลือดน้อยลง บอบช้ำน้อย ฟื้นตัวไว และแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก
  • ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้นที่โรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยกลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
    อาการปวดเข่า ตึงขัด เวลาลุก ยืน หรือเดิน ขึ้นลงบันได มักเป็นปัญหาที่ผู้สูงอายุและผู้ใหญ่หลายท่านมองข้าม คนไข้ส่วนใหญ่มักปล่อยทิ้งไว้ คิดว่าเป็นเพียงความเสื่อมตามวัยที่หายเองได้ จึงเลือกใช้วิธีซื้อยาแก้ปวดกินเอง ทายานวด หรือกินยาสมุนไพรไปเรื่อยๆ เพื่อประคองอาการไปวันๆ

แต่ทราบหรือไม่ว่า การปล่อยให้ข้อเข่าเสื่อมลุกลามโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายจนหมดสิ้น กระดูกข้อเข่าจะเสียดสีกันโดยตรง เกิดอาการอวดรุนแรง ขาเริ่มโก่งเกเร และในที่สุดอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถเดินได้ การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อประเมินอาการและวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

จากวันที่แค่ลุกแล้วเจ็บ ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

อาการปวดเข่ามักไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเจ็บจนเดินไม่ได้ หลายคนเริ่มจากความรู้สึกเล็ก ๆ เช่น ลุกจากเก้าอี้แล้วเข่าฝืด เดินขึ้นบันไดแล้วเสียวในข้อ นั่งนานแล้วพอลุกต้องยืนตั้งหลักสักพัก หรือได้ยินเสียงกรอบแกรบเวลางอและเหยียดเข่า ช่วงแรกอาการเหล่านี้อาจหายไปเมื่อพัก จึงง่ายมากที่จะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของอายุ หรือเป็นเพราะช่วงนี้เดินเยอะไปหน่อย

แต่ข้อเข่าเป็นข้อต่อที่รับน้ำหนักและถูกใช้งานแทบทุกครั้งที่เรายืน เดิน ลุก นั่ง หรือขึ้นลงบันได เมื่อผิวกระดูกอ่อนในข้อค่อย ๆ เสื่อมลง ความลื่นที่เคยช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลก็ลดลง อาการจึงอาจค่อย ๆ เปลี่ยนจากปวดเป็นครั้งคราว ไปเป็นปวดถี่ขึ้น ข้อฝืด บวม งอเหยียดได้ไม่สุด จนบางคนเริ่มหลีกเลี่ยงการเดินและกิจกรรมที่เคยทำเป็นปกติ

ข่าวดี  คือ โรคข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้มีทางเลือกเดียว และ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องผ่าตัด การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค ความรุนแรงของอาการ และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด ใช้ยา ไปจนถึง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ในผู้ที่มีความเสื่อมรุนแรง และ รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เพียงพอ ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่เข้ามาช่วยศัลยแพทย์วางแผนและทำงานได้ละเอียดขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม

ผู้ที่มีอาการปวดเข่าเรื้อรังหรือสงสัยข้อเข่าเสื่อม สามารถดูข้อมูลบริการของ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางกระดูกและข้อ รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม

รายการเนื้อหา

ข้อเข่าเสื่อมไม่ใช่แค่ “เข่าใช้งานมานาน” แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของข้อที่ค่อย ๆ กระทบการเคลื่อนไหว

ในข้อเข่าปกติ ปลายกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งมีผิวกระดูกอ่อนที่เรียบ ช่วยให้การงอและเหยียดเกิดขึ้นโดยมีแรงเสียดสีน้อย เมื่อเกิดข้อเข่าเสื่อม ผิวกระดูกอ่อนจะค่อย ๆ บาง ขรุขระ หรือสูญเสียไป ทำให้โครงสร้างในข้อรับแรงไม่เหมือนเดิม อาจเกิดกระดูกงอก การอักเสบของเยื่อบุข้อ และการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของข้อร่วมด้วย

จึงไม่แปลกที่คนเป็นข้อเข่าเสื่อมจะไม่ได้มีแค่ “ปวดเข่า” บางคนรู้สึกตึงและฝืด บางคนมีเสียงในข้อ บางคนเข่าบวม หรือเริ่มรู้สึกว่าเข่าไม่มั่นคง และเมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้น แนวขาอาจเปลี่ยนจนเห็นเป็นขาโก่งหรือข้อผิดรูปได้

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับข้อเข่าเสื่อมมีหลายอย่าง ทั้งอายุ น้ำหนักตัวที่มาก การบาดเจ็บหรือผ่าตัดเข่ามาก่อน การใช้งานข้อซ้ำ ๆ ลักษณะโครงสร้างข้อ รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม ดังนั้นการมองว่าโรคนี้เกิดจาก “แก่แล้วก็ต้องเป็น” เพียงอย่างเดียว อาจทำให้พลาดโอกาสในการดูแลข้อเข่าตั้งแต่ระยะที่ยังจัดการอาการได้ง่ายกว่า

5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าอาการปวดเข่าอาจไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน

มีเสียงกรอบแกรบหรือรู้สึกเสียดสีในข้อเวลาเคลื่อนไหว

เสียงในข้อเข่าไม่ได้แปลว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมทุกครั้ง แต่ถ้าเสียงเกิดร่วมกับอาการปวด ตึง หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมือนเดิม ควรให้ความสำคัญมากขึ้น ในข้อที่มีความเสื่อม ผิวข้อที่ไม่เรียบอาจทำให้รู้สึกหรือได้ยินเสียงกรอบแกรบเมื่อเดิน ลุกนั่ง หรืองอเหยียดเข่า

ปวด ตึง ขัด โดยเฉพาะตอนเดิน ลุกจากเก้าอี้ หรือขึ้นลงบันได

นี่เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก หลายคนยังเดินทางราบได้ แต่เริ่มมีปัญหาเมื่อขึ้นลงบันไดหรือเปลี่ยนท่าจากนั่งเป็นยืน หากอาการเกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มปวดแม้ในช่วงที่พัก แสดงว่าอาการกำลังรบกวนชีวิตมากขึ้นและควรได้รับการประเมิน

เข่าบวม ตึงแข็ง หรือเริ่มงอและเหยียดได้ไม่สุด

ข้อเข่าที่มีการอักเสบอาจบวมและรู้สึกตึง การเคลื่อนไหวที่เคยทำได้สุดช่วงอาจลดลง เช่น เหยียดเข่าไม่ตรงหรืองอเข่าได้ไม่เต็มที่ เมื่อการเคลื่อนไหวลดลงนาน ๆ กล้ามเนื้อรอบเข่าก็อาจอ่อนแรงตามไปด้วย ทำให้การทรงตัวและการเดินยิ่งลำบาก

แนวขาเปลี่ยน ข้อเข่าเริ่มผิดรูปหรือขาโก่งชัดขึ้น

เมื่อกระดูกอ่อนสึกไม่เท่ากันในแต่ละด้านของข้อ การรับน้ำหนักอาจเปลี่ยนและทำให้แนวข้อเข่าเอียงมากขึ้น คนไข้บางคนเริ่มสังเกตว่าขาโก่งกว่าเดิม รองเท้าเสื่อมไม่เท่ากัน หรือเดินแล้วรู้สึกลงน้ำหนักไม่สมดุล การผิดรูปของข้อเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ควรประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง

ปวดจนระยะทางที่เดินได้สั้นลง หรือเริ่มหลีกเลี่ยงกิจวัตรประจำวัน

สัญญาณที่สำคัญไม่แพ้ภาพ X-ray คือผลกระทบต่อชีวิตจริง หากเคยเดินตลาดได้แต่ตอนนี้ต้องหยุดพักบ่อย เคยขึ้นบันไดได้แต่เริ่มหลีกเลี่ยง หรือปวดจนไม่อยากออกจากบ้าน นั่นหมายความว่าโรคกำลังลดความสามารถในการใช้ชีวิต การรักษาจึงควรตั้งเป้าไม่ใช่แค่ลดคะแนนความปวด แต่ช่วยให้กลับไปเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมที่จำเป็นได้ดีขึ้น

ตรวจข้อเข่าเสื่อมอย่างไร แพทย์ไม่ได้ดูแค่ภาพ X-ray

การประเมินข้อเข่าเสื่อมเริ่มจากการคุยกันก่อนว่าเจ็บตรงไหน เจ็บเมื่อไร อาการเป็นมานานแค่ไหน เคยบาดเจ็บหรือผ่าตัดมาก่อนหรือไม่ และอาการรบกวนการเดิน การทำงาน หรือการนอนมากเพียงใด จากนั้นแพทย์จะตรวจแนวขา ช่วงการงอเหยียด ความมั่นคงของข้อ จุดกดเจ็บ อาการบวม และลักษณะการเดิน

X-ray เป็นการตรวจสำคัญที่ช่วยให้เห็นช่องว่างของข้อ แนวกระดูก กระดูกงอก และความผิดรูป แม้กระดูกอ่อนจะไม่ปรากฏตรง ๆ ในภาพ X-ray แต่แพทย์ประเมินการสูญเสียกระดูกอ่อนได้จากช่องว่างระหว่างกระดูกที่แคบลง การตรวจอื่นจะพิจารณาตามอาการและคำถามที่ต้องการหาคำตอบ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำ MRI หรือ CT Scan ตั้งแต่ครั้งแรก

สำหรับผู้ป่วยที่กำลังวางแผนผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์บางประเภท โรงพยาบาลธนบุรีอธิบายว่ามีการนำข้อมูล CT Scan ไปสร้างแบบจำลองข้อเข่า 3 มิติ เพื่อช่วยวางแผนขนาดและตำแหน่งข้อเทียมก่อนผ่าตัด ซึ่งเป็นคนละวัตถุประสงค์กับการตรวจวินิจฉัยข้อเข่าเสื่อมทั่วไป

เป็นข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกคน

คำถามที่คนไข้มักกังวลคือ ถ้าตรวจแล้วพบข้อเข่าเสื่อมจะต้องเปลี่ยนข้อทันทีหรือไม่ คำตอบคือไม่ การรักษาส่วนใหญ่เริ่มจากวิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด โดยเฉพาะในระยะที่อาการยังไม่รุนแรงและยังใช้ชีวิตประจำวันได้

แนวทางอาจประกอบด้วยการลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อ การทำกายภาพบำบัด การปรับกิจกรรม การใช้อุปกรณ์ช่วยบางชนิด และการใช้ยาตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ ส่วนการฉีดยาเข้าข้อมีหลายประเภทและเหมาะกับผู้ป่วยไม่เหมือนกัน จึงควรคุยเรื่องประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล

หัวใจของการรักษาระยะนี้คือทำให้คนไข้ยังเคลื่อนไหวได้ ไม่ปล่อยให้ความกลัวปวดทำให้หยุดใช้ขาจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยพยุงข้อและทำให้การทำกิจวัตรประจำวันง่ายขึ้น

หากต้องการวางแผนการฟื้นฟู การออกกำลังกาย หรือกายภาพบำบัด สามารถดูบริการของ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด โรงพยาบาลธนบุรี ซึ่งมีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดดูแลด้านการเคลื่อนไหวและการฟื้นสมรรถภาพ

เมื่อไรถึงเริ่มคุยเรื่องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามักถูกพิจารณาเมื่อความเสื่อมของข้อและอาการปวดอยู่ในระดับที่กระทบชีวิตมาก และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่เหมาะสมไม่สามารถควบคุมอาการได้เพียงพอ ตัวอย่างเช่น ปวดมากเวลาเดินหรือขึ้นบันได ปวดจนพักผ่อนไม่ดี ข้อผิดรูป เดินได้ระยะสั้นลง หรือไม่สามารถทำกิจกรรมพื้นฐานที่จำเป็นได้

การตัดสินใจไม่ได้ดูอายุเพียงตัวเลขเดียว แพทย์จะพิจารณาความรุนแรงของอาการ ภาพรังสี สุขภาพโดยรวม โรคร่วม ความพร้อมในการฟื้นฟู และเป้าหมายชีวิตของผู้ป่วยร่วมกัน การผ่าตัดจึงไม่ใช่ขั้นตอนที่เกิดขึ้นเพราะ “X-ray ดูแย่” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตัดสินใจเมื่อปัญหาในข้อส่งผลต่อชีวิตจริงมากพอ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเหมาะสมกับความเสี่ยง

โรงพยาบาลธนบุรีมีบทความอธิบายเรื่อง ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม – ทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งกล่าวถึงข้อบ่งชี้และทางเลือกของการผ่าตัดเพิ่มเติม

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทำหน้าที่อะไร และใครเป็นคนผ่าตัดจริง

คำว่า “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” อาจทำให้หลายคนนึกภาพว่าหุ่นยนต์เป็นผู้ผ่าตัดแทนแพทย์ แต่ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแบบ Robot-Assisted Surgery ศัลยแพทย์ยังเป็นผู้วางแผน ตัดสินใจ และควบคุมขั้นตอนการผ่าตัด เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยให้การวางแผนและการตัดกระดูกเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ได้ละเอียดขึ้น

ข้อมูลของโรงพยาบาลธนบุรีระบุว่า ก่อนผ่าตัดสามารถนำ CT Scan ของผู้ป่วยมาประมวลผลเป็นแบบจำลองข้อเข่า 3 มิติ เพื่อให้ศัลยแพทย์วางแผนว่าจะตัดกระดูกบริเวณใด ปรับมุมเท่าไร เลือกขนาดข้อเทียมแบบใด และวางข้อเทียมในตำแหน่งใดให้เหมาะกับสรีระของคนไข้แต่ละราย

ระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์เป็นผู้ควบคุมระบบและแขนกลเพื่อทำงานตามแผนที่วางไว้ จุดเด่นจึงอยู่ที่การใช้ข้อมูลและระบบช่วยกำหนดขอบเขตการทำงานอย่างละเอียด ไม่ใช่การปล่อยให้เครื่องทำงานโดยไม่มีแพทย์ควบคุม

อ่านรายละเอียดจากบทความของโรงพยาบาลธนบุรีเรื่อง เปลี่ยนข้อเข่า ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งอธิบายขั้นตอนการสร้างโมเดล 3 มิติและบทบาทของศัลยแพทย์ในการควบคุมหุ่นยนต์

จุดเด่นของการวางแผนแบบ 3 มิติและความแม่นยำระดับที่ละเอียดขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าต้องอาศัยการตัดกระดูกและวางข้อเทียมให้สัมพันธ์กับแนวขาและโครงสร้างของผู้ป่วย เพราะความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของมุม ตำแหน่ง และสมดุลเนื้อเยื่อรอบข้ออาจมีผลต่อความรู้สึกและการทำงานของข้อหลังผ่าตัด เทคโนโลยีหุ่นยนต์จึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความละเอียดของการวางแผนและช่วยให้ศัลยแพทย์ทำตามแผนได้สม่ำเสมอขึ้น

ระบบที่ใช้งานสามารถช่วยควบคุมความคลาดเคลื่อนให้อยู่ในระดับไม่เกินประมาณ 1 องศาหรือ 1 มิลลิเมตร พร้อมช่วยลดการรบกวนกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็น ซึ่งโรงพยาบาลนำเสนอว่าอาจสัมพันธ์กับแผลที่เล็กลง เสียเลือดน้อยลง ปวดน้อยลง และฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม คำว่าแม่นยำขึ้นไม่ควรถูกตีความว่าเทคโนโลยีรับประกันผลลัพธ์ของทุกคน ผลหลังผ่าตัดยังขึ้นกับระยะของโรค สุขภาพโดยรวม ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ประสบการณ์ของทีมผ่าตัด การควบคุมโรคร่วม และการทำกายภาพหลังผ่าตัดด้วย ข้อมูลจากแนวทาง AAOS ยังระบุว่าประโยชน์ระยะยาวของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ต่อผลลัพธ์ที่ผู้ป่วยรายงานยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม จึงควรมองหุ่นยนต์เป็น “เครื่องมือช่วยศัลยแพทย์” มากกว่าจะเป็นคำรับประกันว่าผลจะดีกว่าวิธีอื่นในทุกกรณี

หลังผ่าตัดไม่ได้จบที่ห้องผ่าตัด การฟื้นฟูคืออีกครึ่งหนึ่งของการกลับมาเดิน

ต่อให้การวางข้อเทียมทำได้ละเอียดเพียงใด ร่างกายก็ยังต้องผ่านกระบวนการฟื้นตัวหลังผ่าตัด ช่วงแรกทีมรักษาจะให้ความสำคัญกับการควบคุมอาการปวด การป้องกันภาวะแทรกซ้อน การฝึกขยับข้อ และการเริ่มยืนหรือเดินตามความเหมาะสมของแต่ละคน

หลังกลับบ้าน การฝึกอย่างต่อเนื่องมีบทบาทมาก กล้ามเนื้อต้นขาที่อ่อนแรงก่อนผ่าตัดไม่ได้กลับมาแข็งแรงในทันที การฝึกงอเหยียด การเพิ่มแรงกล้ามเนื้อ การฝึกเดิน และการค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมตามคำแนะนำจึงช่วยให้การเคลื่อนไหวกลับมาเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ในช่วงนี้ไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นมากเกินไป เพราะบางคนเดินได้เร็วแต่ยังงอเข่าได้ไม่มาก ขณะที่บางคนช่วงการเคลื่อนไหวดีแต่กล้ามเนื้อยังล้าเร็ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือดูแนวโน้มการฟื้นตัวของตัวเองและทำตามแผนของทีมรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ดูแลข้อเข่าตั้งแต่วันนี้อย่างไร เพื่อให้ยังเคลื่อนไหวได้ดีในระยะยาว

สำหรับคนที่ยังไม่ถึงขั้นผ่าตัด การดูแลข้อเข่าไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้เข่า แต่คือการเลือกใช้ให้เหมาะสม การออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินในระดับที่ไม่กระตุ้นอาการมากเกินไป ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายในน้ำ ช่วยให้ร่างกายยังได้เคลื่อนไหวและเสริมกล้ามเนื้อโดยลดแรงกระแทกต่อข้อ

หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักช่วยลดภาระที่ข้อเข่าต้องรับในทุกก้าว ส่วนคนที่ต้องนั่งหรือยืนท่าเดิมนาน ๆ ควรสลับท่าและขยับข้อเป็นระยะ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดชัดเจนซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็น เช่น การนั่งยองนาน นั่งพับเพียบ หรือขึ้นลงบันไดหลายเที่ยวในวันที่ข้อกำลังอักเสบ

อีกเรื่องที่ควรระวังคือการซื้อยาแก้ปวดหรืออาหารเสริมกินต่อเนื่องโดยไม่ได้ประเมินสาเหตุ เพราะอาการที่ทุเลาลงชั่วคราวไม่ได้บอกว่าความผิดปกติในข้อหยุดลงแล้ว หากปวดซ้ำบ่อยขึ้น ควรกลับมาหาคำตอบว่าข้ออยู่ในระยะใดและมีทางเลือกอะไรที่เหมาะกว่า

สรุป: เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่แค่ให้ภาพ X-ray ดูดี แต่คือให้ชีวิตกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง

โรคข้อเข่าเสื่อมอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยจนเราคุ้นชิน แต่เมื่อความเจ็บทำให้เริ่มเดินน้อยลง เลิกขึ้นบันได ไม่อยากออกจากบ้าน หรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้ นั่นคือช่วงที่โรคกำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ยังไม่รุนแรงช่วยให้มีทางเลือกในการดูแลมากกว่า และหลายคนสามารถควบคุมอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

สำหรับผู้ที่ข้อเสื่อมรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เพียงพอ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยลดปวดและเพิ่มการทำงานของข้อ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเพิ่มเครื่องมือในการวางแผนแบบ 3 มิติและช่วยศัลยแพทย์ทำงานตามแผนได้ละเอียดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ผลการรักษาเป็นภาพรวมที่ดีไม่ได้มีเพียงเครื่องมือชิ้นเดียว ยังรวมถึงการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม ประสบการณ์ของทีมแพทย์ การเตรียมร่างกาย และการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องหลังผ่าตัด

หากมีอาการปวดเข่าที่เริ่มกระทบชีวิต สามารถดูรายละเอียดและตารางแพทย์ได้ที่
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี หรือ สอบถามศูนย์กระดูกและข้อ

FAQ

ปวดเข่าแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์

ควรเข้ารับการประเมินเมื่ออาการปวดเกิดซ้ำหรือเป็นต่อเนื่องจนเริ่มรบกวนการเดิน การลุกนั่ง การขึ้นลงบันได หรือการนอน โดยเฉพาะเมื่อมีเข่าบวม งอเหยียดได้ไม่สุด เข่ารู้สึกไม่มั่นคง แนวขาเริ่มผิดรูป หรือเดินได้ระยะสั้นลง หากมีอาการบวมแดงร้อนมาก มีไข้ หรือปวดรุนแรงหลังอุบัติเหตุ ควรพบแพทย์เร็วขึ้น เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ข้อเข่าเสื่อมเพียงอย่างเดียว

ไม่แน่นอน เสียงในข้อเกิดได้จากหลายสาเหตุและบางคนไม่มีโรครุนแรง แต่ถ้าเสียงเกิดร่วมกับอาการปวด บวม ตึง ข้อฝืด หรือการเคลื่อนไหวลดลง ควรตรวจเพื่อดูว่ามีการเสื่อมของผิวข้อหรือปัญหาอื่นร่วมด้วยหรือไม่ แพทย์จะประเมินจากอาการ การตรวจร่างกาย และภาพ X-ray มากกว่าตัดสินจากเสียงเพียงอย่างเดียว

ไม่ต้องผ่าตัดทุกคน ผู้ป่วยระยะแรกถึงปานกลางจำนวนมากสามารถดูแลด้วยการปรับกิจกรรม ลดน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน ออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัด ใช้ยา หรือวิธีรักษาอื่นตามข้อบ่งชี้ การผ่าตัดจะพิจารณามากขึ้นเมื่อความเสื่อมและอาการรุนแรง กระทบชีวิตประจำวัน และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่เหมาะสมไม่สามารถควบคุมอาการได้เพียงพอ

จุดต่างสำคัญคือระบบหุ่นยนต์สามารถช่วยในการวางแผนและควบคุมขั้นตอนบางส่วนให้เป็นไปตามแผนอย่างละเอียด โรงพยาบาลธนบุรีอธิบายว่าระบบที่ใช้งานนำข้อมูล CT Scan มาสร้างโมเดลข้อเข่า 3 มิติ เพื่อช่วยเลือกขนาดข้อเทียม วางตำแหน่ง และกำหนดแนวการตัดกระดูกก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัดศัลยแพทย์ยังเป็นผู้ควบคุมระบบและตัดสินใจทุกขั้นตอน

ไม่ใช่ หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือช่วยศัลยแพทย์ ไม่ได้ทำการผ่าตัดโดยอิสระ แพทย์เป็นผู้วางแผน กำหนดตำแหน่ง ควบคุมแขนกล และประเมินสภาพข้อจริงระหว่างผ่าตัด เทคโนโลยีจึงมีบทบาทคล้ายระบบช่วยเพิ่มความละเอียดและความสม่ำเสมอของการทำงานตามแผน

References

 

 

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง